ช่วงชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของ “ดิเอโก้ มาราโดน่า” นั้น มีเรื่องราวน่าสนใจหล่นอยู่ระหว่างทางมากมาย

หลายคนรู้ว่าเขาคือโคตรตำนานของทีม นาโปลี แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เขารังสรรค์ที่เนเปิ้ลส์นั้นมันยิ่งใหญ่มากแค่ไหน ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่มันมีนัยยะไปถึงเรื่องชัยชนะของความเหลื่อมล้ำทางสังคมในอิตาลีอีกด้วย

5 กรกฏาคม 1984 คือวันประวัติศาสตร์วันหนึ่งของสโมสร นาโปลี เมื่อ ยอดทีมแห่งแดนใต้ ตัดสินใจทุ่มเงินเป็นสถิติโลกในเวลานั้น เพื่อเซ็นสัญญากับ “นักเตะที่เก่งที่สุดในโลก” มาจากอ้อมอกของ บาร์เซโลน่า โดยเหตุผลหลักที่ มาราโดน่า จำเป็นต้องย้ายออกจากสเปนมาเล่นในอิตาลี นั่นก็เพราะว่าเกมสุดท้่ายของเขากับ บาร์ซ่า มันมีประเด็นฉาวเกิดขึ้นครับ

วันนั้นคือเกมรอบชิงชนะเลิศถ้วย โคปา เด เรย์ โดยเจ้าบุญทุ่มลงเตะกับ แอธเลติค บิลเบา ซึ่งในตอนจบเกม มาราโดน่า ได้ซัดกับนักเตะ บิลเบา หลายคนจนเกิดตะลุมบอนขึ้น ประเด็นคือในวันนั้น กษัตริย์ของสเปนได้มานั่งชมเกมอยู่ด้วย! สุดท้าย มาราโดน่า จึงถูกขายออกจากทีมอย่างเลี่ยงไม่ได้แม้จะเก่งฉกาจมากแค่ไหนก็ตาม

SAGAME66

นาโปลี ทีมระดับกลางๆ ของอิตาลี คือมือที่ยื่นมาโอบอุ้มดาวเตะจอมแสบรายนี้ไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 4.9 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ว่ากันว่าในวันเปิดตัว มีสาวกเนเปิ้ลส์ กว่า 75,000 คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน งานเปิดตัวเสือเตี้ย ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดของสโมสรมาจนทุกวันนี้

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ก็ตื่นเต้นไปกับการจุติลงมาของ SAGAME66 เช่นกัน ทุกคนวาดฝันถึงแชมป์ลีกครั้งแรกของสโมสร แม้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย กับการฝากความหวังไว้ที่คนคนเดียวก็ตาม แต่ใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าอุ้งเท้าซ้ายของ มาราโดน่า สามารถเสกความฝันนั้น มามอบให้สาวกเนเปิ้ลส์ได้สำเร็จ แถมไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็น 2 ครั้งอีกต่างหาก

ตลอดเวลาที่อาละวาดใน อิตาลี มาราโดน่า สถาปนาตัวเองเป็น สตาร์หมายเลขหนึ่งของลีก และถูกบูชาจากแฟน ๆ นาโปลีอย่างสูงสุด เท้าซ้ายของ เสือเตี้ย พา นาโปลี เป็นแชมป์ลีกในปี 1986-1987 พ่วงด้วย โคปา อิตาเลีย ในปีเดียวกัน ผงาดครอง ดับเบิ้ล แชมป์ อย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่ 1988-1989 ก็อหังการ์พาทีมเป็นแชมป์ ยูฟ่า คัพ ก่อนจะทิ้งทวนด้วยแชมป์ลีกอีกครั้งในปี 1989-1990 และแชมป์ ซูเปอร์ โคปา อิตาเลีย ในปีเดียวกัน

ติดตามข่าวสารได้ที่ thepalmshoppingmall.com