พิภพ อ่อนโม้ อีกตำนานแห่งฉลามชล

ถ้าคุณคิดถึงหัวหอกสัญชาติสยาม ที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง คุณจะนึกถึงใคร

หากเป็นยุคเก่าคนอาจจะนึกถึง “หลอเรดาร์” พิชัย คงศรี ผู้ทำสกอร์จากการโหม่งอย่างแม่นยำ แทบไม่มีใครจะเทียบเขาได้ในการ “ใช้หัว” จากการรับใช้ทีมชาติไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ซึ่งทำให้เขาติดทีม “ช้างศึก” แทบทุกทัวร์นาเมนต์

หรือจะเป็น “เพชฌฆาตหน้าหยก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ที่ติดทีมชาติไทยต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2524-2540 รวม 17 ปี ระหว่างนั้นก็พาทีมชาติไทย กวาดแชมป์มากมาย ทั้ง คิงส์คัพ และ ซีเกมส์ ฯลฯ และเป็นผู้บุกเบิกไปลุยแดนกิมจิกับ ลักกี้ โกลด์สตาร์ (ปัจจุบันคือ เอฟซี โซล) ช่วงปี 2527-2529 

SAGAME66

โดยเฉพาะฤดูกาลในปี 2528 ถือเป็นปีทองของแข้งดังจากนครปฐม ร่วมพลังกับลักกี้โกลด์สตาร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเกาหลีใต้ และยังติดทีมยอดเยี่ยมของซีซั่น รวมทั้งคว้ารางวัลดาวซัลโวและแอสซิสต์มาครอง ด้วยผลงาน 12 ประตู 6 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 21 นัด

เรื่อยมาจนถึง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่ง ฟีฟ่า บันทึกว่าเขาเป็นผู้ทำประตูสูงสุด ให้แก่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่ 70 ประตู จากการลงเล่น 131 นัด โดยนัดสุดท้ายที่เกียรติศักดิ์ ลงเล่นกับทีมชาติไทยชุดใหญ่ คือนัดที่พบกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2550

แม้ทุกวันนี้หลายคนยังมองว่า รอยต่อของกองหน้าทีมชาติไทย น่าจะเป็น ธีรศิลป์ แดงดา แต่ถ้ามองลึกลงไปก็ยังมีอีกคนที่ตกหล่น นั่นคือ SAGAME66 ที่หอบสตั๊ดมาจาก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เพื่อคัดโควตานักกีฬาที่ ร.ร.อัสสัมชัญ ศรีราชา ตั้งแต่ 15 ขวบ

ภายใต้การคุมทีมของ “เซอร์เด็จ”จเด็จ มีลาภ เขาพาทีมกวาดแชมป์มากมาย ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ บีอีซี เทโรศาสน นั่นทำให้เขาได้ร่วมงานกับกุนซือแถวหน้าของเมืองไทย ไล่มาตั้งแต่ เจสัน วิธ ลูกชายของอดีตแม่ทัพทีมชาติไทยอย่าง ปีเตอร์ วิธ จนสามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไทยลีก

มาจน “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษาปาคม ที่ผงาดเป็นรองแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2003 รวมไปถึง “โค้ชเตี้ย”สะสม พบประเสริฐ ก่อนจะย้ายกลับมาสู่บ้านหลังที่สองต่อจาก จ.พิจิตร อย่าง ชลบุรี เอฟซี ยุคโปรลีก พร้อมกับคว้าแชมป์ไทยลีกได้ 1 สมัยในฐานะกัปตันทีม 

ติดตามข่าวสารได้ที่ thepalmshoppingmall.com